* * ฉัน มีความสุขที่ได้เขียน
และหวังว่าคุณ (คนอ่าน) จะมีความสุขกับการอ่าน * *

13 มีนาคม 2558

เพื่อน...อยากบอกว่าเลิฟ

ไม่ว่าอะไรที่ผมต้องการผมมักจะได้เสมอ ไม่ใช่ว่าเพราะรวยจัด
แต่ผมมักอยากได้ในสิ่งที่สมควรแก่ตัวเอง ไม่ได้
เพ้อฝันลอยไกลไปกว่าความเป็นจริง

แม้แต่เรื่องนี้ผมก็หวังว่าสักวันผมจะได้เขามาครอบครอง
ผมจัดให้เรื่องนี้หรือผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นของยากที่สุด
เขาชื่อแดนเป็นเพื่อนผมเอง เราเรียนที่เดียวกัน รุ่นเดียวกัน
ผมเล็งเขาตั้งแต่ยังไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ เพราะเหตุนี้ผมจึง
พยายามตีสนิทและทำให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายแท้ ๆ แดนไม่ใช่คนหน้าตาดี
แต่ตัวสูง หุ่นดี มีเสน่ห์ ถ้าให้บอกลักษณะ ก็น่าจะ
คล้ายคลึงกับ ปีเตอร์ คอร์ป พระเอกนักร้องคนดังที่หลายคนน่าจะรู้จัก

แรก ๆ ผมแค่สะดุดตาไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะดีเด่นอะไรเป็นพิเศษ
แค่ขอให้พิชิตสำเร็จเท่านั้น แต่ที่ไหนได้เขา
กลับเป็นผู้ชายที่ฉลาด ฐานะดี เรียนดี มีเสน่ห์ และเป็นสุภาพบุรุษโดยแท้
ผมได้แต่นึกในใจว่าอยากยุติความอยากในใจเสีย แล้วคบกันเป็นเพื่อนไว้ต่อไป
แต่ว่าความรู้สึกนั้นเป็นแค่เพียงคลื่นเล็ก ๆ
ยังไม่อาจสู้กับความอยากครอบครองอัน
มหึมาของผมได้ แดนมักมีผู้หญิงมาล้อมหน้าล้อมหลังตลอด
แต่เขาไม่เคยชัดเจนกับใคร นั่นทำให้ผมมีความหวังหน่อย ๆ
เราอยู่ก๊วนเดียวกัน ในก๊วนเรามีสิบกว่าคน ไปไหนมาไหนมักยกโขยงกันไป
ส่วนใหญ่แล้ว ผมจะจ่ายค่าโน่นนี่เยอะสุด

หลายครั้งที่ผมจ่ายอยู่คนเดียว แต่ไม่เป็นไร
เพราะเพื่อน ๆ มักมองผมด้วยสายตาชื่นชมเสมอและแทบจะยกตำแหน่ง
หัวหน้ากลุ่มให้ผม ถ้าเกิดว่ามันมีตำแหน่งนั้นน่ะนะ

ส่วนผมชอบการเป็นผู้นำอยู่แล้ว เพราะงั้นผมยอมได้
มีอยู่วันที่แดนไม่สบาย เงินประจำเดือนที่ทางบ้านส่งมาให้
แดนจากต่างจังหวัดก็หมด ส่วนมากคงหมดไปกับการไปโน่นมานี่ของกลุ่มเราแหละ
ผมกับ "น้อย" เพื่อนผู้หญิงอีกคนในก๊วนสมัครใจจะไปดูแล
ส่งข้าวส่งน้ำ หายาให้กิน หากอาการหนักจะพาเขา
ไปหาหมอ วันนั้นผมพยายามเอาใจเขาสุด ๆ ทำข้าวต้ม จัดหาอาหารอย่างดี ป้อนเขาถึงปาก
คิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่าคราวนี้แหละ เดี๋ยวจะลองไล่น้อยกลับไปก่อน
น่าจะถึงเวลาทำคะแนนรุกถึงเนื้อถึงตัวแดนเสียที เป็นยังไงเป็นกัน...

แต่กลับกลายเป็นว่าแดนอารมณ์เสียสุด ๆ เอาแต่พูดว่าอยากอยู่คนเดียว
แค่วางของไว้ แล้วให้พวกผมรีบออกจากอพาร์ทเม้นท์เขา
พอผมจะป้อนข้าวต้มเขาก็ปัดทิ้งแล้วพูดใส่หน้าผมว่า

รำคาญ...

ผมถอยฉากออกมา หันไปมองน้อยที่ทำหน้าเสียอยู่ข้าง ๆ
ผมบอกให้น้อยดูแลต่อหน่อย แล้วผมขอตัวไปซื้อยาให้
เอง แดนบอกด้วยเสียงหงุดหงิดว่ากลับไปเลยดีกว่า
จู่ ๆ ผมก็ได้ยินเสียงสะอื้นของน้อยดังขึ้น แล้วตวาดใส่แดนด้วยเสียงสั่นเครือ

"ทำไมนิสัยเสียแบบนี้ สงสารทศมั่งสิ (ชื่อผม) แดนก็รู้ว่าทศชอบแดน
ชอบมาก ๆ พยายามทำทุกอย่าง ดีกับแดนขนาดนี้ แดนยังขับไล่ไสส่งทศได้ลงคอได้ยังไง ทำท่าทางแบบนี้กับทศได้ยังไง ทศเขาจะเสียใจนะ คิดบ้างมั้ย ไอ้บ้าเอ๊ย"

ผมถึงกับตกตะลึง ตกใจที่น้อยรู้แถมบอกแดนออกไปตรง ๆ แบบนั้น
แต่อาการตกใจน้อยกว่าอาการช็อคจนพูดไม่ออกเพราะท่าทางฟูมฟายของน้อย
ซึ่งโดยปกติแล้วเธอเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด ผมจึงได้แต่ร้องบอกตัวเองในใจว่า

"เฮ้ย อะไรนั่น มันจะร้องไห้เว่อร์ไปมั้ย"
ส่วนแดนนั้น จากที่นอน ๆ อยู่ก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง ทำหน้าเหยเก
ผมเชื่อว่าเขาเองคงตกตะลึงกับคำพูดตรง ๆ ของ
น้อยพอ ๆ กับผมแหละ สักพักพอเขาตั้งตัวได้
เขาก็ตวาดกลับใส่น้อยด้วยเสียงที่ดังกว่าหลายขั้น

"ใครให้มารักมาชอบขนาดนี้ล่ะวะ แล้ว...แล้วทำไมแกไม่มาป้อนข้าวป้อนน้ำฉันล่ะ
ทำไมต้องเป็นมัน แกเป็นผู้หญิงไม่ใช่เรอะ อ้อ นี่กะจะให้โอกาสมันมาลวนลามฉันอะดิ
เอาแต่พอดีกันหน่อยเหอะ  เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว แกจะให้
ฉันรักมันตอบงั้นเรอะ บ้าเหรอวะ บ้าใช่มั้ยน้อย..."

ทั้งสองเถียงกันเอาเป็นเอาตายอีกเยอะแยะ จนผมไม่ไหวจะจับใจความ
ไว้ สุดท้ายผมกับน้อยก็กระเด็นออกมาจากห้องแดน
ส่วนน้อยยังร้องไห้อย่างหนักไปอีกพักใหญ่ ๆ

"ร้องไห้ทำไม เสียใจอะไรนักหนา"
ผมถามน้อยอย่างสงสัย พยายามทำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ถ้าเป็นฉัน โดนไอ้บ้าทศทำ แบบที่ทำกับ...กับแก ฉันคง...ฉันเลย..."

เสียงสะอึกสะอื้น จนแทบจับใจความไม่ได้นั้น
ทำให้ภายในใจผมรู้สึกทั้งขำ เอ็นดู บนความรู้สึกอกหักนี่แหละ
และรับรู้ได้ในเวลานั้นเองว่า น้อยแอบชอบแดนเหมือน ๆ กันกับผม
เธอถึงได้เข้าใจและเสียใจขนาดนั้น สุดท้ายผมก็ละทิ้ง
ความอยากมหาศาลที่เกิดในใจผมมายาวนานไปได้
แล้วบอกตัวเองว่ารายนี้ผมขอเป็นเพื่อนมันตลอดไปก็ได้วะ
อีกวันสองวันค่อยง้อเขาแล้วกัน...

"แกกับฉัน...อกหักเหมือนกันเลย"
ผมถอนใจพร้อมเปรยออกไปเบา ๆ แต่น้อยคงไม่ได้ยิน
เพราะยังตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้ไม่เลิก.





เรื่องนี้เขียนไว้นานแล้วค่ะ ชุดเดียวกับเรื่องสั้นชายชอบชาย ใครหลงมา คอมเม้นท์ได้นะคะ ^^

จำนวนการดูหน้าเว็บ